รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ประชุมหารือเชิงนโยบาย กับผู้บริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น และ 5 มหาวิทยาลัยเครือข่าย

91

สำนักข่าว: สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์
URL: https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG201010170855517
วันที่เผยแพร่: 10 ต.ค. 2563

วันนี้ (10 ต.ค. 63) ที่ อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ศ.(พิเศษ) ดร.นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กระทรวง อว.) ลงพื้นที่ ประชุมหารือเชิงนโยบาย ร่วมกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น และ 5 มหาวิทยาลัยเครือข่าย ซึ่งประกอบด้วย มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี และวิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย

โดยมี ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ,รศ.ดร.นพ.ชาญชัยพานทองวิริยะกูลอธิการบดีมาหาวิทยาลัยขอนแก่น และคณะ ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมนำเยี่ยมชมนิทรรศการการแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรม จำนวน 15 นิทรรศการ ประกอบด้วย นิทรรศการนวัตกรรมทางการแพทย์ ชุดตรวจทางการแพทย์ ชุดตรวจธาลัสซีเมีย ,นวัตกรรมด้านเกษตรและอาหารไก่ KKU1+ นม A2 ,ปุ๋ยและผลิตภัณฑ์จากไส้เดือนดินและอาหารเพื่อสุขภาพ,นิทรรศการด้าน Smart city,นิทรรศการด้านการศึกษา (Smart Learning, โครงการคณิตศาสตร์ขั้นสูง) นิทรรศการโครงการด้านการแพทย์และสาธารณสุข,โครงการกัญชาสำหรับใช้ในทางการแพทย์,โครงการป้องกันและชะลอโรคไตเรื้อรัง,โครงการแก้ไขปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี,นิทรรศการด้าน BCG (แบตเตอรี่ ไฮเทน และไบโอพลาสติก), นิทรรศการการดำเนินงานและบริการของอุทยานวิทยาศาสตร์, ตลอดจนนิทรรศการพื้นที่ต้นแบบของการบูรณาการ การจัดองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นแบบครบวงจร อาทิ สมาร์ทฟาร์ม โครงการแก้จน จิ้งหรีด และบ้านโต้นโมเดล

ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยถึงโครงการ “1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย” ซึ่งขณะนี้ได้มีการจัดสรรพื้นที่ไว้แล้ว และได้มอบหมายภารกิจ ไปยังมหาวิทยาลัย ที่ได้รับผิดชอบดูแลตำบลต่างๆ โดยหลักแล้วจะเป็นในเรื่องการส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคม เพื่อยกระดับเศรษฐกิจและสังคมในรายตำบล โดยในโครงการจะมีการจ้างงาน ตำบลละ 20 คน เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจะจ้างบัณฑิตจบใหม่ ประชาชนในพื้นที่และนักศึกษา รวมทั้งโครงการจะมีการจ้างงานไม่น้อยกว่า 60,000 คน และจะได้รับการพัฒนาทักษะพื้นฐานที่สำคัญ 4 ด้านทั้ง ทักษะด้านดิจิตอล ด้านการเงิน ด้านสังคมและภาษาอังกฤษ ควบคู่ไปกับทักษะเฉพาะด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในพื้นที่ เพื่อยกระดับตำบลที่มีความพร้อมสูงไปสู่ระดับความยั่งยืน สามารถพัฒนาชุมชนของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา ยังกล่าวอีกว่า กระทรวง อว. จะมีการเสนอขออนุมัติโครงการเพิ่มอีก 900 ตำบล เนื่องจากในที่ประชุม คณะรัฐมนตรี มีหน่วยงานในหลายกระทรวง ที่มีความต้องการให้กระทรวง อว. ได้ช่วยจัดเก็บข้อมูลให้ ซึ่งหน่วยงานต่างๆเล็งเห็นสมรรถนะและศักยภาพของโครงการ คือนอกจากจะทำเพื่อการพัฒนาแล้ว ยังจะช่วยเก็บข้อมูลในด้านต่างๆได้ และเชื่อมั่นว่าจะสามารถทำระบบ Big Data และวิเคราะห์ผลได้ จึงได้สนับสนุนให้กระทรวงการ อว. ขยายจำนวนตำบลเพิ่มขึ้น โดยจะขยายเพิ่มอีก 4,900 ตำบล ซึ่งจะครบ 7,900  ตำบล และคาดว่าจะช่วยทำให้คนได้มีงานทำมากกว่า 120,000 คน