มข.มอบนวัตกรรม “ผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์ภายใต้แนวคิดของเสียเป็นศูนย์” ช่วยชุมชนประหยัดค่าใช้จ่าย

มหาวิทยาลัยขอนแก่นส่งมอบนวัตกรรม “ต้นแบบการผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลวัวและมูลกระบือระดับครัวเรือน” แก่เทศบาลตำบลบ้านผือ อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น ช่วยชุมชนประหยัดค่าใช้จ่าย และใช้ประโยชน์จากวัสดุเศษเหลือภายใต้แนวคิดของเสียเป็นศูนย์ได้อย่างแท้จริง

วันพุธที่ 13 กันยายน 2566 ศาสตราจารย์ ดร.ธิดารัตน์ บุญมาศ รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมด้วยศาสตราจารย์ ดร.อลิศรา เรืองแสง นักวิจัยคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยขอนแก่น, นายสุริยันต์ บุญพิโย ผู้ช่วยนักวิจัย, ชลธิชา มามิมิน ผู้ช่วยวิจัย และคณะ เดินทางไปส่งมอบนวัตกรรมภายใต้โครงการทุนสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมและวิสาหกิจ ต้นแบบกระบวนการผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลวัวและมูลกระบือระดับครัวเรือน ให้แก่เทศบาลตำบลบ้านผือ อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น โดยมีนายสุรชัย  พลทะอินทร์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านผือ พร้อมด้วยนายทองไสย์ ไชยบุตรดี รองนายกเทศมนตรีตำบลบ้านผือ และผู้นำชุมชน เป็นผู้แทนในการรับมอบนวัตกรรม

ศาสตราจารย์ ดร.ธิดารัตน์ กล่าวว่า วันนี้มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้มาส่งมอบ ต้นแบบกระบวนการผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลวัวและมูลกระบือระดับครัวเรือนอย่างเป็นทางการแก่เทศบาลตำบลบ้านผือ หลังจากได้ลงพื้นที่มาศึกษาดูงาน และติดตั้งเครื่องให้ชุมชนได้ทดลองใช้มาระยะหนึ่งแล้ว ภายใต้โครงการทุนสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมและวิสาหกิจ

““ต้นแบบกระบวนการผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลวัวและมูลกระบือระดับครัวเรือนนี้ มหาวิทยาลัยได้จัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เชิงสังคม ซึ่งเป็นผลงานนวัตกรรมที่ชุมชนได้ใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง และหวังว่าจะสามารถต่อยอดไปสู่การใช้ประโยชน์เป็นวงกว้างในอนาคตต่อไป

ขณะที่นายสุรชัย พลทะอินทร์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านผือ กว่าวว่า เทศบาลตำบลบ้านผือรู้สึกขอบคุณมหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นอย่างยิ่งที่ได้พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ เทศบาลตำบลบ้านผือจะใช้ต้นแบบนวัตกรรมนี้ เป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ชุมชน/ครัวเรือนสามารถพึ่งพาตนเองได้ทางด้านพลังงานลดค่าใช้จ่ายค่าเชื้อเพลิงสำหรับการหุงต้มในครัวเรือน และการใช้ประโยชน์จากกากตะกอนที่เหลือจากการหมัก รวมทั้งจะได้นำไปพิจารณาต่อยอดการใช้ประโยชน์แก่ประชาชนในพื้นที่ต่อไป

 

ขณะที่ ศาสตราจารย์ ดร.อลิศรา ระบุว่า ต้นแบบการผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลวัวและมูลกระบือระดับครัวเรือน ประกอบด้วยตัวถังหมักสำหรับเติมมูลวัว มูลกระบือ ซึ่งภายในถังหมักจะมีใบกวนผสมมูลสัตว์อยู่ด้านในเพื่อให้มูลสัตว์ภายในถังหมักเกิดการผสมได้ดีและก่อให้เกิดแก๊ส โดยตัวแกนหมุนใบผสมนี้ทางทีมวิจัยได้นำแผงโซลาเซลล์มาช่วยเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นไฟฟ้า เพื่อลดภาระค่าไฟของชุมชนด้วย

สำหรับแก๊สชีวภาพที่ได้จากถังหมักจะผ่านตัวกรองชีวภาพ โดยมีผงเหล็กออกไซด์เป็นตัวดูดซับแก๊สไฮโดรเจนซัลไฟด์หรือ “แก๊สไข่เน่า” ทำให้แก๊สที่ผลิตไปให้ชุมชนใช้งานไม่มีกลิ่นเหม็นหลงเหลืออยู่ ก่อนเข้าถุงเก็บแก๊สที่มีการต่อท่อไปยังเตาในครัวเพื่อใช้ในการประกอบอาหารทดแทนแก๊สหุงต้ม

เมื่อชุมชนต้องการใช้งานก็มีวิธีง่าย ๆ เพียงแค่นำมูลวัวหรือมูลกระบือเทลงไปในถังหมักแล้วรอประมาณ 1 คืน เพื่อให้เกิดกระบวนการหมักและผลิตแก๊ส เช้าวันถัดมาก็จะสามารถเปิดถุงแก๊สเพื่อให้แก๊สไหลไปกับท่อที่ฝังอยู่ใต้ดินเข้าไปในเตาไฟที่ครัวและใช้งานได้ทันทีเหมือนแก๊สหุงต้มทั่วไป ส่วนกากตะกอนที่ได้จากระบบผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์จากถังหมักก็สามารถถ่ายออกจากถังหมักแล้วนำไปเป็นปุ๋ยรดน้ำต้นไม้ หรือนำไปทำให้แห้งก่อนจะอัดเป็นถ่านอัดแท่งได้

“ผลงานชิ้นนี้เป็นความภูมิใจของนักวิจัยที่ได้นำนวัตกรรมมาสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน และให้ทุกคนได้เห็นประโยชน์จากวัสดุเศษเหลือต่าง ๆ เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานทดแทนและพึ่งพาตนเองได้

ทั้งนี้ ในอนาคตหวังว่าจะสามารถต่อยอดไปใช้ได้กับทั้งโรงเรียนหรือวัด เพื่อให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์เป็นวงกว้าง ลดค่าใช้จ่ายและใช้ประโยชน์จากวัสดุเศษเหลือภายใต้แนวคิดของเสียเป็นศูนย์ ได้อย่างแท้จริง

ด้าน รุจิกาญจน์ พลตรีนิษฐากุล หรือ ป้าถนอม อายุ 50 ปี ชาวบ้านในชุมชนเทศบาลตำบลบ้านผือ กล่าว ปกติเลี้ยงกระบือ 9 ตัวทำให้ในแต่ละวันมีมูลมากแต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ บางครั้งก็นำไปทิ้ง นำไปกองรวมกันไว้ หรือนำไปเป็นปุ๋ยใส่ต้นไม้บ้าง เมื่อมีเครื่องต้นแบบกระบวนการผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลวัวและมูลกระบือระดับครัวเรือนเข้ามา ได้ลองใช้งานมาประมาณ 7 เดือน พบว่าใช้งานง่ายทำกับข้าว นึ่งข้าวได้สบาย

“มูลกระบือ 1 ถัง ใช้ทำกับข้าวได้ถึง 3 มื้อ ในบ้านอยู่กัน 2 คน ปกติซื้อแก๊สถัง LPG ที่ใช้หุงต้มทั่วไป 1 ถัง ถังละ 473 บาท ใช้ได้ 2 เดือน ตอนนี้ประหยัดไป 3 ถัง คิดเป็นเงินกว่า 1,000 บาท รู้สึกดีใจมากที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นนำนวัตกรรมนี้เข้ามาให้ได้ใช้แบบนี้”

ข่าว/ภาพ : ผานิต ฆาตนาค

ขอเชิญชวนคณาจารย์ นักศึกษา และนักวิจัย รวมถึงบุคคลทั่วไป เข้าร่วมฟังการนำเสนองานวิชาการและงานวิจัย Research Forum: 40th Anniversary Research Forum: Advancing KKU’s Faculty of Technology การนำเสนอผลงานวิจัยในงานครบรอบ 40 ปี คณะเทคโนโลยี จากคณาจารย์และนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา คณะเทคโนโลยี

ขอเชิญผู้ที่สนใจ เข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการ: The Ultimate Beer Education: From Grain to Glass Beer Education รุ่นที่ 6 จัดโดย คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยขอนแก่น วันที่ 10 – 11 สิงหาคม 2567 เวลา 8.30 – 16.30 น. ณ ห้องเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ชั้น1 อาคาร TE06 และ อาคาร Food Pilot Plant คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยขอนแก่น

Scroll to Top